ยาสมุนไพรพิ้งนภา

สรรพคุณบำรุงโลหิตใช้ได้ทั้งหญิงและชาย

หญิง : ดูแลเรื่องระบบภายในของผู้หญิงทั้งหมด

ชาย : ปวดหลัง อัมพฤกต์ , อัมพาต . กระดูกทับเส้น ปวดข้อ เข่า

ให้ทานสมุนไพร เถาเอ็นอ่อน และพิ้งนภาคู่กันเพราะพิ้งนภาช่วยเรื่องระบบไหลเวียนของเลือดให้ดียิ่งขึ้น

เป็นยาแผนโบราณ  ขึ้นทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้าน (1 ขวด ปริมาณ 750 ซีซี )

ในตำราแพทย์แผนไทย ได้ระบุการนำ"สมุนไพร" มาบำบัดอาการต่างๆที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ดังนี้

1. บำรุงโลหิต แก้ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ

2. ช่วยขับน้ำคาวปลา ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว

3. ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ตามลักษณะของผู้หญิงที่ควรจะเป็น

4. ช่วยดับกลิ่นปาก กลิ่นตัว กลิ่นภายในช่องคลอด ลดอาการตกขาว

5. ช่วยให้ใบหน้าและผิวพรรณขาวนวล จิตใจผ่องใสและมีเลือดฝาด

6. ช่วยให้อารมณ์ทางเพศสมบูรณ์ มีน้ำหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติ

7. ช่วยรักษาอาการปวดหน่วง เสียวมดลูก เจ็บท้องน้อย และปวดประจำเดือน

8. ช่วยลดหน้าท้องที่หย่อนยานจากการคลอดบุตร ทำให้หน้าท้องหดตัวเล็กลง

9. ช่วยให้อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะกะปริบกะปรอยหายไป

10. ช่วยลดรอยเหี่ยวตามร่างกายและใบหน้า ทำให้เต่งตึงและหน้าท้องไม่ลาย

11. ช่วยให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ลดอาการมือ-เท้าเย็น ขี้หนาว หนาวในอก

12. ช่วยให้หายจากอาการหน้ามืด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่นร้อนวูบวาบ

13. ช่วยรักษาพังผืด ซีสต์ หรือเนื้องอกภายในมดลูก ป้องกันไม่ให้แท้งบุตรง่าย

14. ช่วยให้ฝ้าเลือด ฝ้าลม จางลง เมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นประจำ


 

วิธีดื่ม-ทานยาสมุนไพร

วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น ครั้งละ 2-3 ช้อนโต๊ะ

(ก่อนอาหาร 30 นาที ตามด้วยน้ำอุ่นทุกครั้งจะได้ผลดียิ่งขึ้น) ควรทานติดต่อกัน 15 วัน จะเห็นผลชัดเจน

ข้อควรจำเกี่ยวกับการรับทานยา

1. เมื่อรับประทานยาให้รับประทานติดต่อกัน 15 วัน ก็จะเห็นผล

 ถ้ารับประทานไม่ต่อเนื่องสรรพคุณจะเห็นผลไม่ชัดเจน

2. ให้รับประทานยาขนานนี้ ก่อนอาหารวันละ 2 เวลา

 คือ เวลาเช้าและเวลาเย็นตามปริมาณที่กำหนด ควรรับทานในขณะที่ท้องว่างมากที่สุด

 ร่างกายจะได้รับประโยชน์สูงสุด เช่น (เวลาเหมาะสม คือ ตื่นนอนตอนเช้า)

3. ถ้าเกิดอาการไข้ ตัวร้อน ไอ ให้หยุดไว้ก่อนหรือรับประทานในปริมาณลดลงกว่าปกติครึ่งหนึ่ง

 เมื่ออาการต่างๆเหล่านี้หายแล้วค่อยรับประทานต่อเท่าที่กำหนดไว้

4. ในกรณีบางคนเมื่อรับประทานแล้วมีอาการอกตึงมาก ปวดมดลูก ปวดในช่องคลอดหรือ

มีประจำเดือนมาใหม่ อย่าตกใจให้รับประทานลดลงกว่าปกติครึ่งหนึ่ง

เมื่ออาการต่างๆเหล่านี้ลดลงแล้วค่อยรับประทานเพิ่มขึ้น ตามปริมาณที่กำหนดไว้

5. ถ้ารับประทานแล้วมีอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาว เมื่อยตึง คล้ายกับเป็นไข้

ให้รับประทานลดลงครึ่งหนึ่ง เมื่ออาการที่เกิดหายแล้ว ให้รับประทานเพิ่มขึ้นเท่าที่กำหนดไว้

6. ในกรณีบางคนเมื่อรับประทานยาแล้ว เกิดอาการปวดข้อ ปวดบวมตามร่างกาย

หรือมีอาการแพ้ มีเม็ดผื่นขึ้นตามร่างกาย อย่าหยุดการรับประทาน

ขอให้รับประทานต่อไป(หรือลดปริมาณการรับประทานลงครึ่งหนึ่ง)

ประมาณ 7-10 วัน อาการเหล่านี้จะหายไปเอง เพราะร่างกายกำลังปรับสภาพ

 เมื่อ อาการเหล่านี้หายแล้วให้รับประทานตามที่กำหนดไว้